สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน มารดาพระยาตากอยู่ทึตำบลบางครก
มารดาพระยาตากอยู่ที่ตำบลบางครก
หลวงอร่ามเรืองฤทธิ์ (ทองด้วง) ยกกระบัตรเมืองสมุทรสงครามบอกแก่น้องชายว่า เวลานี้นางนกเอี้ยงมารดาพระยาวชิรปราการได้หนีภัยสงครามมาหลบภัยอยู่ที่ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ด้วยนางนกเอี้ยงเป็นเชื้อสายพราหมณ์ เมืองเพชรบุรี จึงหลบภัยมาอยู่บ้านเดิมในหมู่วงศ์ญาติที่ตำบลนั้น เจ้าจงอุตสาหะไปตามให้พบตัุวแล้วพาไปฝากพระยาวชิรปราการ เมื่อแม่ลูกได้พบหน้ากัน เขาจะดีใจเป็นล้นพ้น เจ้าก็จะได้พึ่งใบบุญเขาต่อไป แต่นายสุดจินดาบอกว่า เรือใหญ่สำหรับข้ามทะเลไม่มี หลวงอร่ามเรืองฤทธิ์
(ทองด้วง) จึงบอกว่าเรือแจวยาว ๓ วาของพี่มีอยู่ได้ล่มจงน้ำไว้ในคู จงไปกู้เอาขึ้นมา พอจะแจวไปในทะเลข้ามฝั่งไปบ้านแหลมได้ นายสุดจินดา(บุญมา) จึงไปกู้เรือแจวยาว ๓ วาขึ้นมา หลวงอร่ามเรืองฤทธิ์ได้มอบเสบียงอาหารและเสื้อผ้าไปกินใช้ทั้ง ๓ นาย
แล้วเข้าเรือนไปหยิบเอามีดดาบคร่ำด้ามทองของแม่ทัพโบราณซึ่งได้รับมรดกมาจากตระกูลสมัยเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ทองปาน) แม่ทัพพระนารายณ์มหาราช มามอบให้แก่นายสุดจินดา(บุญมา) น้องชายแล้วกล่าวว่า "ดาบคร่ำโบราณนี้เป็นของตระกูลเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ทองปาน) ขอมอบให้เจ้าเอาไปฝากพระยาวชิรปราการด้วย พร้อมด้วยแหวนทรงรังแตน ๒ วง วงหนึ่งพลอยทับทิม อีกวงหนึ่งพลอยบุษราคัม เป็นของเมียข้า ขอฝากไปให้พระยาวชิรปรากการเป็นเครื่องรำลึกถึงกันยามกันดารแสนยากแค้น" แล้วสั้่งว่า ถ้าเจ้าไปอยู่ดีมีสุขแล้ว จงกลับมาบอกข้าแล้วจะได้ไปอยู่ด้วยกัน
แล้วเข้าเรือนไปหยิบเอามีดดาบคร่ำด้ามทองของแม่ทัพโบราณซึ่งได้รับมรดกมาจากตระกูลสมัยเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ทองปาน) แม่ทัพพระนารายณ์มหาราช มามอบให้แก่นายสุดจินดา(บุญมา) น้องชายแล้วกล่าวว่า "ดาบคร่ำโบราณนี้เป็นของตระกูลเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ทองปาน) ขอมอบให้เจ้าเอาไปฝากพระยาวชิรปราการด้วย พร้อมด้วยแหวนทรงรังแตน ๒ วง วงหนึ่งพลอยทับทิม อีกวงหนึ่งพลอยบุษราคัม เป็นของเมียข้า ขอฝากไปให้พระยาวชิรปรากการเป็นเครื่องรำลึกถึงกันยามกันดารแสนยากแค้น" แล้วสั้่งว่า ถ้าเจ้าไปอยู่ดีมีสุขแล้ว จงกลับมาบอกข้าแล้วจะได้ไปอยู่ด้วยกัน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น