บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤศจิกายน, 2018

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ฝากดาบคร่ำด้ามทอง

รูปภาพ
ฝากดาบคร่ำด้ามทอง        เมื่อเตรียมเสบียงอาหารและเรือให้นายสุดจินดา(บุญมา) แล้ว หลวงอร่ามเรืองฤทธิ์(ทองด้วง) ได้เข้าเรือนไปหยิบเอามีดดาบคร่ำด้ามทองของแม่ทัพโบราณซึ่งได้รับมรดกมาจากตระกูลสมัยเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ทองปาน) แม่ทัพพระนารายณ์มหาราช  มามอบให้แก่นายสุดจินดา(บุญมา)  น้องชายแล้วกล่าวว่า "ดาบคร่ำโบราณนี้เป็นของตระกูลเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ทองปาน) ขอมอบให้เจ้าเอาไปฝาก           พระยาวชิรปราการด้วย  พร้อมด้วยแหวนทรงรังแตน ๒ วง วงหนึ่งพลอยทับทิม  อีกวงหนึ่งพลอยบุษราคัม เป็นของเมียข้า ขอฝากไปให้พระยาวชิรปรากการเป็นเครื่องรำลึกถึงกันยามกันดารแสนยากแค้น"  แล้วสั้่งว่า ถ้าเจ้าไปอยู่ดีมีสุขแล้ว จงกลับมาบอกข้าแล้วจะได้ไปอยู่ด้วยกัน  

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน มารดาพระยาตากอยู่ทึตำบลบางครก

รูปภาพ
มารดาพระยาตากอยู่ที่ตำบลบางครก      หลวงอร่ามเรืองฤทธิ์ (ทองด้วง) ยกกระบัตรเมืองสมุทรสงครามบอกแก่น้องชายว่า  เวลานี้นางนกเอี้ยงมารดาพระยาวชิรปราการได้หนีภัยสงครามมาหลบภัยอยู่ที่ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี  ด้วยนางนกเอี้ยงเป็นเชื้อสายพราหมณ์ เมืองเพชรบุรี จึงหลบภัยมาอยู่บ้านเดิมในหมู่วงศ์ญาติที่ตำบลนั้น  เจ้าจงอุตสาหะไปตามให้พบตัุวแล้วพาไปฝากพระยาวชิรปราการ เมื่อแม่ลูกได้พบหน้ากัน เขาจะดีใจเป็นล้นพ้น  เจ้าก็จะได้พึ่งใบบุญเขาต่อไป  แต่นายสุดจินดาบอกว่า เรือใหญ่สำหรับข้ามทะเลไม่มี หลวงอร่ามเรืองฤทธิ์ (ทองด้วง) จึงบอกว่าเรือแจวยาว ๓ วาของพี่มีอยู่ได้ล่มจงน้ำไว้ในคู จงไปกู้เอาขึ้นมา พอจะแจวไปในทะเลข้ามฝั่งไปบ้านแหลมได้  นายสุดจินดา(บุญมา)  จึงไปกู้เรือแจวยาว ๓ วาขึ้นมา หลวงอร่ามเรืองฤทธิ์ได้มอบเสบียงอาหารและเสื้อผ้าไปกินใช้ทั้ง  ๓ นาย         แล้วเข้าเรือนไปหยิบเอามีดดาบคร่ำด้ามทองของแม่ทัพโบราณซึ่งได้รับมรดกมาจากตระกูลสมัยเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ทองปาน) แม่ทัพพระนารายณ์มหาราช  มามอบให้แ...

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน มุ่งหน้ายึดเมืองจันทบุรี

รูปภาพ
  มุ่งหน้ายึดเมืองจันทบุรี      สมัยนั้นเมืองจันทบุรี เป็นเมืองเอกทางชายทะเลด้านทิศตะวันออกขึ้้นแก่กรมท่า  พระยาวชิรปราการเป็นคนกว้างขวางมีสายตากว้างไกลรู้ดีว่าเมืองจันทบุรีเป็นเมืองอุดมสมบรูณ์ ผู้คนพลเมืองมีฐานะดี บ้านเมืองยังบริบรูณ์ดี กองทัพพม่ายังไปไม่ถึง  จึงมุ่งหน้ายกทัพไปเมืองจันทบุรีหวังจะยึดเอาเป็นชัยภูมิสู้พม่า   รวมกำลังมากอบกู้กรุงศรีอยุุธยากลับคืน  ด้วยเมื่อเหลียวหลังมามองกรุงศรีอยุธยา เห็นไฟไหม้แสงไฟสว่างรุ่งโรจน์ แลเห็นแต่ไกลได้หลายร้อยเส้น นึกเวทนาว่าวัดวังจะเผาไหม้เป็นเถ้าธุลี สมณะชีพราหมณ์เจ้านายจะล้มตายแตกฉานซ่านเซ็นไป แต่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้  จึงนำกองทัพมุ่งหน้าไปยังเมืองชลบุรี เมืองระยอง  มีผู้นำช้างม้าเครื่องเสบียงอาหารมามอบให้มามาก  จึงสั่งให้บอกพระยาจันทบุรีว่า ขอให้รวบรวมกำลังกันกู้ชาติบ้านเมืองจะมาขอตั้งกองทัพอยู่ในกำแพงเมืองจันทบุรี แต่พระยาจันทบุรีไม่เชื่อบุญบารมีของพระยาวชิรปราการว่าจะสามารถกู้ชาติได้  จึงไม่รวมกำลังด้วย  พระยาวชิรปราการหยุดยั้งอยู่นอกกำแพงเมือง  ให้ทหารหุ...

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน เป็นพระยาวชิรปราการ

รูปภาพ
เป็นพระยาวชิรปราการ      ต่อมาไม่นาน พระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชรว่างลง พระเจ้าแผ่นดินจึงโปรดแต่งตั้งให้พระยาตักศิลาเรืองฤทธิ์(เทียนสิน) บุรุษรูปงาม เป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร พระยาตักศิลาเรืองฤทธิ์(เทียนสิน) ลงมารับตราตั้งในกรุงศรีอยุธยา ซึ่งสมัยนั้นต้องเสียเงินค่าตราตั้งถึง ๑๐ ชั่ง คือ ๘๐๐ บาท และเสียค่าธรรมเนียมให้ผู้เกี่ยวข้องอีกประมาณ ๒ ชั่ง จึงได้รับตราตั้งเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชร ในขณะที่กำลังรอรับใบตราตั้งอยู่นั้นเป็นปี พ.ศ.๒๓๐๗ พม่าได้ยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้มีไพร่พลนับแสน ทางไทยตั้งรับศึกอยู่แต่ในกรุง  พม่าตั้งค่ายรายล้อมรอบเกาะกรุงศรีอยุธยา  ไพร่พลในกรุงก็พากับหลบหนีออกไปทุกวัน เพราะในกรุงอัตคัดขาดแคลนข้าวปลาอาหาร  ข้าวของสินค้าราคาแพง  คนสำคัญที่อพยพหลบหนีออกไปจากกรุงศรีอยุธยาทีีมีชื่อต่อมามีหลักฐานกล่าวไว้คึอ      ๑.หลวงพินิตอักษร (ทองดี)      ๒. หม่อมลา บุตรหลวงพินิตอักษร      ๓.พระพากุลเถร(มหาเรือน)      ๔. หลวงศักดิ์(หมุด) แขกอาหรับ   ...

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน อุปสมบทที่วัดโกษาวาส

รูปภาพ
อุปสมบที่วัดโกษาวาส      คร้ันอายุครบ ๒๑ ปี นางนกเอี้ยงมารดาจึงขอให้อุปสมบทในพระพุทธศาสนาตามประเพณีชายไทยเพื่อทดแทนคุณมารดาตอบแทนค่าน้ำนม นายเทียนสินจึงได้เข้าอุปสมบทที่วัดโกษาวาส ขอพระบรมราชานุญาตออกบวชตามความประสงค์ของมารดา  บวชอยู่ ๓ พรรษาที่วัดโกษาวาส ตั้งแต่พ.ศ.๒๒๙๔ ถึง พ.ศ.๒๓๑๒ สมัยนั้น หม่อมทองด้วง บุตรชายหลวงพินิตอักษรก็ออกอุปสมบทที่วัดมหาทะลาย ในกรุงศรีอยุธยา เช้าวันหนึ่งได้ไปบิณฑบาตรที่พระราชวัง สองภิกษุหนุ่มจึงได้พบกัน ยืนสนทนากันอยู่ ระหว่างคอยรับบาตรที่พระเจ้าแผ่นดินทรงบาตรตอนเช้าตามประเพณี      ในขณะนั้นมีซินแสจีนคนหนึ่ง อายุมากแล้ว ผมหงอกไว้หมวย เดินผ่านมา ครั้นแลเห็นพระภิกษุเทียนสิน แซ่แต้ มีผิวพรรณผ่องใสมีสง่าราศี หน้าผากกว้าง คิ้วดก จมูกงาม ริมฝีปากดังพระนารายณ์ จึงหัวเราะขึ้น พระภิกษุเทียนสินจึงร้องถามว่า  "ท่านหัวเราะด้วยเหตุอันใด"  ซินแสตอบว่า  "เราเห็นท่านมีบุญ ต่อไปจะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน"   พระภิกษุเทียนสินได้ยินดังนั้นรู้สึกเหมือนเสียงฟ้าฝ่าเปรี้ยงในท่ามกลางแสงแดดยามเช้า แล้วยืนนิ่งอยู่ ...

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ถวายตัวเป็นมหาดเล็ก

รูปภาพ
ถวายตัวเป็นมหาดเล็ก      เมื่ออายุได้ ๑๒ ปี พระยาไกรโกษาได้นำเด็กชายเทียนสินถวายตัวเป็นมหาดเล็กรักษาพระองค์ซึ่งมีอยู่  ๑๖ นายคือ       ๑.นายแก้ว                                    ๒ นายขวัญ      ๓. นายยิ่ง                                     ๔. นายยอด      ๕. นายกวด                                   ๖. นายขัน      ๗.นายฉันท์                                   ๘.นายรักษ์      ๙.นายศักดิ์                                    ๑๐....

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน กำบังตนเข้าวัง

รูปภาพ
กำบังตนเข้าวัง       คราวหนึ่งเด็กชายเทียนสิน ประกาศกับเพื่อนเด็กวัดว่าตนสามารถสวดมนต์ภาวนาคาถากำบังตนเข้าวังได้โดยไม่มีคนเห็น เพื่อนไม่เชื่อ เด็กชายเทียนสินจึงเข้าที่ภาวนาแล้วเดินเข้าประตูพระราชวังไปโดยทหารรักษาวังไม่เห็น เพื่อเป็นหลักฐานว่าเข้าวังจริง  จึงไปหยิบขนมชาววังในห้องเครื่องเสวยติดมือออกมาอวดเพื่อนว่า  นี่คือขนมของเสวยชาววัง  นับแต่วันนั้นมาคาถาก็เสื่อมหมดไป ไม่สามารถภาวนากำบังตนได้อีก เพราะโทษอทินนาทานาที่ท่านไม่อนุญาต  ฌานจึงเสื่อมหมด    ยังไม่เสื่อมแลึกชาติ     

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน เล่นซุกซนอวจารย์จันล่ามโซ่

รูปภาพ
เล่นซุกซนอาจารย์จันล่ามโซ่      เด็กชายเทียนสินเป็นเด็กฉลาด ชอบเล่นซุกซนมีนิสัยรวดเร็วว่องไว พระอาจารย์จึงจับมาล่ามโซ่ไว้ที่ท่าน้ำกับราวบันได  ที่หน้ากฎิซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ครั้นแล้วก็จำวัดนอนหลับไป ตื่นขึ้นมานึกขึ้นมาได้จึงลุกไปดูที่ท่าน้ แลเห็นบันไดหลุดลอยขึ้นมา เด็กชายเทียนสินถูกล่ามโซ่ติดอยู่  จึงรีบลงไปแก้โซ่ออกและจูงมาถึงกุฎิ แล้วนิมนต์พระสงฆ์ทั้งวัดให้สวดชยันโตให้เด็กชายเทียนสินเป็นการรับขวัญที่รอดตายมาได้