บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ธันวาคม, 2018

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ก๊กพระนายกอง

รูปภาพ
ก๊กพระนายกอง      สมัยนั้นในกรุงศรีอยุธยา พม่าได้ต้ังนายทองอินทร์เป็นนายกอง  คอยกวาดต้อนผู้คนเก็บกวาดทรัพย์สิน ควบคุมกรุงศรีอยุธยาอยู่  มีเจ้านายถูกจับควบคุมไว้ คือ       ๑. เจ้าฟ้าสุริยา                           ๒. เจ้าฟ้าพินทวดี      ๓. เจ้าฟ้าจันทวดี                        ๔. พระองค์เจ้าฟักทอง     สี่พระองค์นี้เป็นราชบุตรีพระเจ้าบรมโกศ      ๕. เจ้ามิตร บุตรพระมหาอุปราช      ๖. หม่อมเจ้ากระจาด บุตรีกรมหมื่นจิตรสุนทร      ๗. หม่อมมณี บุตรีกรมหมื่นเสพสุนทร      ๘. หม่อมเจ้าฉิม  บุตรีเจ้าฟ้าจีด      ๙. พระองค์เจ้าทับทิม หนีไปอยู่ที่เมืองจันทบุรี  พระเจ้าตากสินรับเลี้ยงไว้      ๑๐. หม่อมเจ้าจุ้ย      ๑๑. หม่อมเจ้าสีสังข์      ทั้งสอง...

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ก๊กพระยาพิษณุโลก ก๊กพระพากุลเถระ

รูปภาพ
ก๊กพระยาพิษณุโลก       เจ้าเมืองพิษณุโลก ชื่อเสียงต้นสกุล โรจนกุล ในปัจจุบันต้ังตนเป็นใหญ่อยูที่เมืองพิษณุโล  พระอักษรสมบรูณ์ (ทองดี)  กับบุตรชื่อ สา หนีไปอยู่ด้วย  ได้รับแต่งต้ังให้เป็นพระยาจักรี ก๊กพระยาพากุลเถระ      พระยาพากุลเถระ เป็นชาวเมืองเหนือ ลงมาบวชอยู่ในกรุงศรีอยุธยา  เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีอโยธยา  เป็นพระราชาคณะมีสมณศักดิ์ว่า พระยากุลเถระ   ภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชเมืองสวางคบุรี  แต่แผ่นดินพระเจ้าบรมโกศ  ครั้นทราบว่ากรุงศรีอยุธยาแตก  จึงตั้งตนเป็นเจ้า  แต่ยังนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์  แต่งต้้งพระสงฆ์เป็นแม่ทัพ  คือ พระครูศิริมานนท์  พระครูเพชรรัตน์ พระอาจารย์จันทร์ พระอาจารย์ทอง   แล้วยกกองทัพมาตีก๊กพระยาพิษณุโลก แต่เข้าเมืองไม่ได้  จึงยกทัพกลับไปตั้งก๊กอยู่ เรียกว่า  เจ้าพระฝาง  อยู่ที่เมืองสวาคบุรี 

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ก๊กพระปลัดหนูเมืองนคร ก๊กเจ้าพิมาย

รูปภาพ
ก๊กพระปลัดหนูเมืองนคร      หลวงนายสิทธิ(หนู) เป็นปลัดเมืองนครศรีธรรมราช  ตั้งแต่ทางกรุงตั้งพระราชสุภาวดีเป็นเจ้าเมือง  ต่อมาพระยานครศรีธรรมราชต้องคดีถูกถอดยศ กลับกรุงศรีอยุธยา และตั้งให้หลวงนายสิทธิว่าราชการแทนเมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก จึงตั้งตัวเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เรียกว่า ก๊กเจ้านคร ก๊กเจ้่าพิมาย      กรมหมื่นเทพพิพิธ( พระองค์เจ้าแขก) กับพระยารัตนาธิเบศร์ พาขุนนางหนึออกไปอยู่ทางเมืองนครราชสีมา   ต่อมาพระยารัตนาธิเบศร์ถึงแก่กรรม กรมหมื่นเทพพิพิธ (พระองค์เจ้าแขก) จึงตั้งตนเป็นเจ้า เรียกว่า  ก๊กเจ้าพิมาย อยู่ที่นครราชสีมา  

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ตึค่ายโพธิ์สามต้น

รูปภาพ
ตีค่ายโพธิ์สามต้น             ครั้งนั้น  แม่ทัพนายกองที่เหลือตายก็หนีขึ้นไปอยู่ที่ค่ายโพฺธิ์สามต้น  แล้วแจ้งแก่สุกี้พระนายกองว่า พระยาวชิรปราการตีค่ายป้อมวิชัยประสิทธิแตกแล้ว  สุกี้พระนายกองจึงแต่งตั้งให้บ่องย่าเป็นแม่ทัพ ยกกองทัพเรือมาตั้งรับอยู่ ณ ค่ายพะเนียด ขณะนั้นพระยากลาโหมขนกระสุนดินดำมา เรือล่มลงจึงให้เฆี่ยนพระยากลาโหมและขุนนางหลายคน  แล้วตรัสสั่งให้เร่งยกกองทัพไปยังกรุงศรีอยุธยาในเวลากลางคืน บ่องย่ารู้ข่าวว่ากองทัพพระยาวชิรปราการยกขึ้นไป จึงถอยหนีไปที่ค่ายโพธิสามต้น       ครั้นรุ่งเช้าเดือนสิบสองข้างขึ้นเวลา ๓ โมงเศษ ตรัสสั่งให้กองททหารยกเข้าตีค่ายโพธิ์สามต้น ฟากตะวันออกแตก แล้วตรัสสั่งให้พระยาพิพิธ พระยาพิชัย แม่ทัพยกทัพเข้าตีต้ังแต่เช้าจนเที่ยง สุกี้พระนายกองสู้รบจนตัวตายในค่ายนั้น บ่องย่าหนีออกไปเข้าก๊กพิมาย เมืองนครราชสีมา จึงทรงดำเนินเข้าประทับ ณ พระที่นั่งทรงปืนค่ายโพธิ์สามต้น  ตั้งพระทัยจะกู้กรุงศรีอยุธยาให้คืนคงดำรงพระราชอาณาจักรสืบกษัตริย์ต่อไป    จึงบรรทมอยู่ราตรีหนึ...

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน จึนกุน

รูปภาพ
จีนกุน      ในคราวนั้น จีนกุน บุตรนายสำเภา ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลแหลมใหญ่ เมืองสมุทรสงคราม เป็นสหายกับหลวงอร่ามเรืองฤทธิ์(ทองด้วง) จึงได้ติดตามเข้ารับราชการด้วย  พระเจ้าตากสินฯ ทรงเมตตาแต่งตั้งให้เป็นพระราชสิทธิ เจ้ากรมท่าซ้าย ท่านผู้นี้รับราชการเจริญก้าวหน้า ต่อมาได้เป็นพระยาโกษาเป็นเจ้าพระยาพระคลัง เป็นเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์(กุน)  เป็นต้นสกุล "รัตนกุล" พลเอกหลวงทวีเริงฤทธิ์(จรูญ รัตนกุล)  สืบมาจากตระกูลนี้

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ทรงพระสุบินนิมิต

รูปภาพ
ทรงพระสุบินนิมิต       ครั้นเวลาปัจจุสมัยใกล้รุ่่ง ทรงพระสุบินนิมิตว่า พระมหากษัริย์องค์ก่อนมาขับไล่มิให้อยู่  รุ่งเช้าจึงตรัสเล่าให้แม่ทัพนายกองฟังแล้วตรัสว่า      "เราคิดสังเวชว่าบ้านเมืองจะรกเป็นป่า  จะมาช่วยกันบำรุงรักษาให้ดีดังเก่า เมื่อเจ้าของเดิมเขาหวงแหน เราชวนกันไปตั้งเมืองธนบุรีกันเถิด"             ครั้นแล้วสั่งให้เลิกกองทัพ กวาดต้อนราษฎร สมณะชีพราหมณ์และโบราณขันติยวงศ์ที่เหลืออยู่ เสด็จกลับมายังเมืองธนบุรี  สร้างเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทรทำพิธีปราบดาภิเษกโดยสังเขปตามประเพณ๊  แล้วเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมมุติราช  เมื่อวันที ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๑๐  เป็นต้นมา  ทรงพระนามว่า พระบรมราชาธิราชที่๔ หรือพระสรรเพ็ชร

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ไปรับหลวงอร่ามเรืองฤทธิ์

รูปภาพ
  ไปรับหลวงอร่ามเรืองฤทธิ์      ครั้นแล้ว พระมหามนตรี(บุญมา) น้องชายหลวงอร่ามเรืองฤทธิ์(ทองด้วง)  ยกกระบัตรเมืองสมุทรสงคราม จึงกราบทูลลาไปรับหลวงอร่ามเรืองฤทธิ์ พี่ชายเข้ารับราชการอยู่ ณ กรุุงธนบุรี  พระเจ้าตากสินมหาราชจึงทรงแต่งตั้งหลวงอร่ามเรืองฤทธิ์ให้เป็น พระราชวรินทร์ เจ้ากรมตำรวจนอก (ภูธร)   รับราชการสนองพระเดชพระคุณต่อไป 

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ตีค่ายโพธ์สามต้น

รูปภาพ
ตีค่ายโพธิ์สามต้น       คร้ังน้ัน แม่ทัพนายกองที่เหลือตายก็หนีขึ้นไปอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้นแล้วแจ้งแก่สุกี้พระนายกองว่า พระยาวชิรปราการตีค่ายป้อมวิชัยประสิทธิ์แตกแล้ว สุกี้พระนายกองจึงแต่งต้ังให้บ่องย่าเป็นแม่ทัพ ยกกองทัพเรือมาตั้งรับอยู่ ณค่ายพะเนียด  ขณะนั้นพระยากลาโหมขนกระสุนดินดำมา เรือล่มลงจึงให้เฆี่ยนพระยากลาโหมและขุนนางอีกหลายคน  แล้วตรัสสั่งให้เร่งยกกองทัพเรือขึ้นไปยังกรุงศรีอยุธยาในเวลากลางคืน  บ่องย่ารู้ข่าวว่ากองทัพพระยาวชิรปราการยกขึ้นไป  จึงถอยหนีไปอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้น      ครั้นรุ่งเช้าเดือนสิบสองข้างขึ้นเวล ๓ โมงเศษ ตรัสสั่งให้กองทหารยกเข้าตีค่ายโพธิสามต้น  ฟากตะวันออกแตก ตรัสสั่งให้พระยาพิพิธ พระยาพิชัย แม่ทัพนายกองเข้าตีตั้งแต่เช้าจนเที่ยง  สุกี้พระนายกองสู้รบจนตัวตายในค่ายนั้น บองย่าหนีออกไปเข้ากีกพิมาย เมืองนครราชสีมา จึงทรงตั้วพระดำเนินเข้าประทับเป็นเจ้าเมือง ตั้งพระทัยจะกู้กรุงศรีอยุธยาให้คืนมาดำรงพระราชอาณาจักรสืบกษัตริย์ต่อไป  จึงทรงบรรทมอยู่ราตรีหนึ่ง  

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ตอน ๘ ก๊กกรุงสยาม

รูปภาพ
๘ ก๊กกรุงสยาม       กรุงศรีอยุธยานั้น  พระรามาธิบดีที่๑ พระเจ้าอู่ทองคือเจ้ารามราชบุตร   พ่อขุนรามคำแหงส่งมาครองเมืองสุพรรณบุรี ต่อมาแม่น้ำสุพรรณบุรีแห้งขอด เกิดอหิวาตกโรคระบาด  ผู้คนพลเมืองล้มตายลงมาก  พระเจ้าอู่ทองจึงอพยพไพร่พลไปตั้งเมืองใหม่ที่ตำบลเวียงเหล็ก หนองโสนที่เคยเป็นเมืองอโยธยามาแต่โบราณกาล แล้วตั้งกรุงศรีอยุธยาขึ้น เมื่อพ.ศ.๑๘๙๓  ในสมัยสุโขทัย  วางศิลาฤกษ์เมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๖ ค่ำ ปีขาล จ.ศ ๗๑๒ พ.ศ.๑๘๙๓ เวลา ๓โมงเช้า ๙ บาท       คร้ันถึงวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๓๑๐ พม่าก็เผากรุงศรีอยุธยามอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน ไฟไหม้ลุกสว่างโชติช่วงอยู่ ๗ วัน ๗ คืน ไฟจึงสงบลง วัดวาอารามอันวิจิตรตระการตา ปราสาทราชวังก็สูญหายละลายไปกับกองเพลิง ไพร้ฟ้าประชาชน สมณะชึพราหมณ์แตกหนึไปคนละทิศละทาง  ถูกจับเป็นเชลยนับแสนคน พม่ากวาดต้อนเอาไปเมืองพม่าดังฝูงสัตว์ หรือฝูงวัวฝูงควาย กรุงศรีอยุธยาตั้งมามีอายุได้ ๔๑๗ ปี  ตั้งแต่พระรามาธิบดีที่ ๑ จนถึง พระเจ้าเอกทัต กษัตริย์องค์ที่ ๓๔ จึงสูญสิ้นกรุงศรีอยุธยา   ...